หนึ่งในสปอนเซอร์หลักของบาร์ซา แสดงความไม่พอใจอย่างยิ่ง กับคลิปหลุดของสองแข้งดังจากบาร์เซโลนาเมื่อปี 2019 ที่พูดจาดูถูกคนเอเชีย หลังจากที่มีคลิปหลุด ของสองนักเตะชื่อดังชาวฝรั่งเศสจากบาร์เซโลนา ทั้ง อองตวน กรีซมันน์ และ อุสมาน เดมเบเล พูดจาหยอกล้อในเชิงเหยียดผิวช่างเทคนิคชาวเอเชีย ของโรงแรมแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมาช่วยทั้งสองคนแก้ปัญหาเกี่ยวกับทีวีในห้องพัก ระหว่างออกทัวร์ในช่วงปรีซีซั่นกับต้นสังกัดเมื่อปี 2019 ทำให้เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรงในโลกออนไลน์

ซึ่งถึงแม้แข้งดังทั้งสองราย จะออกมาขอโทษทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว พร้อมยืนยันว่าไม่มีเจตนาเหยียดคนเอเชีย แต่ดูเหมือนว่ากระแสความไม่พอใจ จะไม่ได้ลดน้อยลงกว่าเดิมมากนัก รวมถึงล่าสุด ฮิโรชิ มิคิทานิ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทชื่อดังของญี่ปุ่นอย่าง Rakuten ซึ่งเป็นสปอนเซอร์คาดหน้าอกของบาร์เซโลนา ได้ทวีตข้อความตำหนิแข้งดังทั้งสองราย พร้อมเรียกร้องให้ต้นสังกัด ออกมาแสดงจุดยืนกับประเด็นนี้อย่างชัดเจนอีกครั้ง “ในฐานะสปอนเซอร์ของสโมสร และผู้จัดทัวร์นาเมนต์นี้ (เมื่อปี 2019) รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง กับการเหยียดผิวของผู้เล่นบาร์ซา”

“Chameleon Run” วิ่งเปลี่ยนสี ไหวพริบไม่ดี มีหัวร้อน!! คือเกมแนว platform ที่ถูกพัฒนาโดย Noodlecake Studios Inc เป้าหมายของเกมเพลย์ค่อนข้างจะเป็นอะไรที่เข้าใจง่าย ๆ นั่นก็คือผู้เล่นจะต้องวิ่งผ่านสิ่งกีดขวางที่อยู่ตรงหน้าเพื่อไปให้ถึงเส้นชัย เล่นจบเป็นด่าน ๆ ไปและค่อย ๆ ไต่ระดับความท้าทายที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ทว่าตัวเกมก็มีลูกเล่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนั่นก็คือการเล่นกับสี 2 สีที่ต้องสลับสับเปลี่ยนไปตามเส้นทางวิ่งเหมือนกับ กิ้งก่าคาเมเลียน นั่นเอง

ข้อแรกมาเริ่มกับระบบควบคุมภายในเกมนี้กันก่อนเลย ซึ่งขออธิบายให้เข้าใจตรงกันแบบง่าย ๆ ก่อนว่าเกมนี้คือเกมตะลุยด่านที่ให้เราวิ่งไปให้ถึงเส้นชัย แต่ตัวละครเราจะวิ่งของมันเองโดยอัตโนมัติ ผู้เล่นจะทำได้เพียงกระโดด และเปลี่ยนสีตัวละครเท่านั้น ซึ่งผมจะขออธิบายหน้าที่ของ 2 ปุ่มนี้ให้ฟังดังนี้นะครับ

การกระโดดของเกมนี้จะค่อนข้างยืดหยุ่น เราจะสามารถกำหนดระยะกระโดดได้ค่อนข้างหลากหลายระดับเลย ยกตัวอย่างเช่นถ้าเราคลิกทีเดียวตัวละครเราก็จะกระโดดได้สั้น แต่หากเรากดค้างไว้ตัวละครเราก็จะกระโดดได้ไกลมาก ๆ นอกจากนี้ตัวละครเรายังสามารถกระโดดได้ 2 จังหวะอีกด้วย แต่ทว่ามันก็กลายเป็นทำให้เกมเล่นยากกว่าเดิมขึ้นเยอะ และนี่ไม่ใช่ข้อเสียเพราะมันทำให้เกมเพลย์มีมิติเยอะมาก ๆ ผู้เล่นจะต้องคำนวณระยะกระโดดจากอุปสรรคที่อยู่ข้างหน้า ซึ่งแน่นอนว่าเกมมันไม่ได้มีไกด์ให้เรา ผู้เล่นจะต้องกะจังหวะด้วยสายตาตัวเองล้วน ๆ ซึ่งกว่าจะชินก็ต้องเล่นแบบตายซ้ำตายซากสังเวยไปหลายชีวิตเลยล่ะ

อีก 1 ระบบถือเป็นรูปแบบเกมเพลย์ที่เป็นไฮไลต์ของเกมนี้เลยก็ว่าได้ นั่นก็คือการเปลี่ยนสีตัวละครของเรา แต่เปลี่ยนสีไปเพื่ออะไรกันล่ะ? ต้องอธิบายก่อนว่าเกมนี้จะประกอบไปด้วยเส้นทาง 3 สีหลัก ๆ ได้แก่ สีชมพู สีเหลือง และ สีดำ ซึ่งเราจะต้องเปลี่ยนสีตัวละครให้ตรงกับสีเส้นทางที่เราจะวิ่ง เพราะหากสีตัวละครเรากับสีของเส้นทางไม่ตรงกัน นั่นเท่ากับเราจะตายในทันที แต่ทว่าตัวละครเราจะเปลี่ยนได้แค่สีชมพูกับเหลืองเท่านั้น เพราะฉะนั้นสีดำคือสีต้องห้ามที่ห้ามไปแตะต้องมันโดยเด็ดขาด เจอคือหลบอย่างเดียวเท่านั้น!!

อย่างที่บอกไปว่าเกมนี้ทำได้แค่ กระโดด และ เปลี่ยนสี เท่านั้น ซึ่งฟังดูเหมือนจะเล่นง่ายใช่ไหมล่ะครับ บอกเลยว่าเกมนี้ยากครับ ยิ่งเล่นยิ่งยาก บางด่านนี่ยากจนหัวร้อนเลยด้วย เนื่องจากเกมนี้ค่อนข้างมีเกมเพลย์ที่ไวมาก ไม่รู้ว่าตัวละครเราพี่แกจะรีบวิ่งไปไหน (ฮา) ทำให้จังหวะกระโดดหรือเปลี่ยนสีแต่ละครั้งนี่มีเวลาให้ตัดสินใจแค่แบบแทบจะเสี้ยววิด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นจะเล่นเกมนี้บอกเลยว่าต้องมีสมาธิสูงมาก แต่ก็ถือว่าเป็นการฝึกไหวพริบที่ดี นี่ยังไม่รวมถึงอุปสรรคที่สุดจะครีเอตอื่น ๆ ที่มาขวางทางวิ่งเราอีกนะ

ปล.ถ้าตายในเกมนี้จะต้องกลับไปเริ่มวิ่งใหม่ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของด่านนั้นทุกครั้ง ไม่มีเกิดใหม่ในจุดที่ตาย ไม่มีจุดเช็กพอยต์นะครับผม หากคุณตายก็จำไว้แค่ว่า จงวิ่งใหม่ซะ แล้วอย่าผิดพลาดเหมือนครั้งก่อน

หลังจากที่อ่านมาถึงตรงนี้ ก็อย่าเพิ่งรีบตัดสินว่าเกมนี้มันจะยากจนไม่น่าเล่นนะครับ เอาจริง ๆ ถ้าแค่วิ่งให้ถึงเส้นชัยมันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้นหรอก แต่ความยากของเกมนี้คือการเก็บมิชชันที่แต่ละด่านกำหนดเนี่ยแหละ ซึ่งแต่ละด่านก็จะกำหนดมิชชันให้เราทำแตกต่างกันออกไป เช่น วิ่งถึงเส้นชัยให้ได้โดยที่ไม่กดเปลี่ยนสี เก็บคริสตัลตามทางให้ครบ วิ่งถึงเส้นชัยให้ทันภายในเวลาที่กำหนด เป็นต้น และการทำมิชชันเหล่านี้บอกเลยว่าบางครั้งก็จำเป็น เพราะเราจะต้องใช้แต้ม Chameleon ที่ได้จากการเก็บมิชชันเหล่านี้เพื่อปลดล็อกด่านต่อ ๆ ไป แต่เอาจริงก็ไม่ต้องทำทุกมิชชันก็สามารถปลดล็อกด่านใหม่ ๆ ได้ เก็บเท่าที่เล่นไหวก็พอครับ แต่ถ้าคุณเป็นสายฮาร์ดคอร์อยากเก็บทุกอย่างให้เคลียร์ก็จัดไป เพราะถึงมันจะยากแต่ก็ท้าทายให้เราอยากเอาชนะมันเหมือนกัน

ข้อเสียด้านงานภาพของเกมนี้ตัวผมนึกไม่ค่อยออกเลยจริง ๆ แต่ถ้าข้อดีที่สะดุดตาผมตั้งแต่ครั้งแรกที่เริ่มเล่นนั่นก็คือความลื่นไหลของเกมเพลย์ที่ไม่มีจุดสะดุดให้ชวนหงุดหงิดเลย แบบถ้าเล่นแล้วตายจะโทษว่าเกมกระตุกไม่ได้เลยนะ งานฉากงานดีไซน์ก็ถือว่าเรียบ ๆ แต่เหมาะสมแล้ว เพราะผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าเกมดีเทลมันเยอะกว่านี้ผมจะต้องเพ่งสายตาเวลาเล่นขนาดไหน (ฮา) คือแค่นี้ก็โอเคแล้ว ฉากหลังกับเส้นทางที่เราจะต้องวิ่งมีสีตัดกันชัดเจน ทำให้มองค่อนข้างง่าย เล่นแล้วไม่ค่อยปวดตาเท่าไหร่ โดยรวมก็คือยอดเยี่ยมเหมาะสมกับแนวเกมและแพลตฟอร์มที่ลงแล้วครับผม

Posted in new